อะโห.. ดูโลส
posted on 17 Aug 2009 16:34 by zalaccaเช้าวันที่ ๕ สิงหาคม ๒๕๕๒ เวลาประมาณ ๑๐ โมงเช้า ณ ท่าเรือคลองเตย กรุงเทพมหานคร
ฝนตกปรอยๆ.. น่ารำคาญจริง จะเปียกก็ไม่เปียก แทงลูกกะตาอยู่นั่น
เราและใครอีกหลายๆคนหันซ้ายแลขวา รอให้ถึงเวลาที่พนักงานจะมาทำการ"อนุญาต"
และเก็บค่าเข้าชม ก่อนให้ขึ้นเรือ
เรือดูโลส!

![]()
![]()
ตอนแรกที่อ.มกุฏบอกว่าจะพามาดูเรือดูโลสนั้น บอกตามตรงว่าเกิดคำถามในใจ มันคืออะหยังหว่า? แต่พอลองไปค้นดู ก็มีคนไทยรู้จักกันเยอะนี่นา และต่อไปนี้คือข้อมูลที่ได้หลังจากขึ้นไปบนเรือแล้ว
เรือดูโลสเป็นเรือร้านหนังสือลอยน้ำ กำเนิดที่อเมริกา ตอนแรกเราก็นึกว่าเป็นอะไรที่เกี่ยวกับองค์การสหประชาชาติอะไรทำนองนั้น แต่กลายเป็นว่าดูโลสไม่ขึ้นกับองค์กรใด(เขาบอกมาอย่างงั้นนะ) ลำเรือนี้ได้รับมาจากรัฐบาลอเมริกา เป้าหมายหลักๆที่มีเรือร้านหนังสือลอยน้ำขึ้นมาเนี่ย เขาบอกว่า ต้องการให้ประชากรโลกได้อ่านหนังสือในราคาถูก(แต่มันก็ถูกจริงๆน่ะแหละ) ตอนแรกเราก็คิดๆไว้ว่า มันน่าจะมีหนังสือหลากภาษาเลยอ่ะ ประมาณว่าคงมีทุกภาษาในโลกที่พิมพ์หนังสือออกมาเลยรึเปล่า แต่พอขึ้นไปจริงๆ... อ่า ภาษาอังกฤษ (ก็นะ ภาษาสากล) ประมาณ ๙๐ เปอร์เซนต์

มีหนังสือภาษาไทยด้วย ของสำนักพิมพ์ผีเสื้อไง (อยากอวดมากๆ)

เราสนใจหนังสือตกแต่งบ้านเอามากๆ
แต่หนังสือก็ไม่ค่อยหลากหลายนะ ตอนแรกคิดว่าน่าจะเยอะ พอเดินๆดูแล้วก็แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับเพื่อน ก็ได้คิดตามที่เห็นว่าหนังสือหมวดหมู่มันคล้ายๆกันยังไงไม่รู้ คือเท่าที่จำได้นะ ก็จะมีหมวด ดิกชันนารี ประวัติศาสตร์ ภาษา เด็ก ผู้ใหญ่ วัยรุ่น สุขภาพ ความรัก อาหาร นวนิยาย ศิลปะ ดนตรี การตกแต่งและออกแบบ ชีวิตและทั่วๆไป คัมภีร์ไบเบิล ประมาณนี้ แต่ก็แอบเซ็งอ่ะ ไบเบิลเยอะ แหม ไหนๆก็ไปทั้งโลก ก็น่าจะมีทุกศาสนาสิ ว่ามั้ย แต่ที่แน่ๆไม่เห็นว่าจะมีเกี่ยวกับเทคโนโลยีเลยนะ อืม แต่จะว่าดูไม่ทั่วก็ไม่น่าใช่ เอ้อ มีซีดีเพลงสากลขายด้วย แต่ไม่ค่อยรู้จักเลยอ่ะ ก็ไม่เก่ามากนะแต่ไม่รู้จักจริงๆ โดยเท่าที่เราเห็น ส่วนที่เป็นตัวร้านก็ไม่ใหญ่มาก อย่างเก่งเดินดูประมาณ ๔๕ นาทีก็ทั่วร้านแล้วแหละ มีของที่ระทึก เอ๊ย ระลึกขายด้วย เท่าที่เห็นก็มีโปสการ์ดรูปวาดดอกไม้สวยงามต่างๆ รูปถ่ายเรือดูโลส แล้วก็ โปสการ์ดรูปวาดเด็กๆในแต่ละประเทศ
มีเครื่องดื่มและไอศกรีมขายบนเรือด้วย เห็นเด็กๆกินแล้วเสียวไส้ กลัวไปหกใส่หนังสือเขาเหลือเกิน
ราคาของหนังสือคิดเป็นยูนิต ๑๐๐ ยูนิตเท่ากับ ๘๐ บาทไทย ก็ไม่แพงหรอก หนังสือสี่สีกระดาษมัน เล่มหนา ปกแข็ง คิดเป็นเงินไทยไม่กี่ร้อยก็ซื้อได้แล้ว ก็ถ้าเดินเข้าไปในร้าน Kinokuniya สามร้อยไม่รู้จะซื้อได้หรือเปล่าหนังสือแบบที่ว่ามาเนี่ย ไม่ได้จะว่าของร้าน Kino แพงนะ แค่"แพงกว่า"ของดูโลส แต่นั่นก็เพราะว่าจุดประสงค์การขายและปัจจัยของร้านมันต่างกัน ดูโลสเขาแค่ต้องการให้คนทั้งโลกได้อ่านหนังสือในราคาที่ใครๆก็ซื้อได้ ก็เท่านั้น ไม่ใช่ธุรกิจแบบ Kinokuniya
ได้คุยกับอาสาสมัครที่อยู่บนเรือสองคนนี้ จำชื่อไม่ได้อีกแหละ คนทางซ้ายเป็น Volunteer หรืออาสาสมัคร เขาจะหมดหน้าที่เมื่อเรือออกจากไทยไปแล้ว เป็นคนที่สมัครเข้ามาช่วยเหลือในการเทียบท่าที่ไทยเท่านั้น ส่วนคนทางขวา เป็นลูกเรือ (crew นะ ในบัตรที่ห้อยคอเธอเขียนว่าอย่างนั้น) เท่าที่ได้พูดคุยเขาจะทำงานอยู่แค่ ๒ ปีเท่านั้น และก็ต้องปลดออกไป ให้คนอื่นๆได้เข้ามาทำบ้าง เธอทั้งสองบอกว่าการมาทำงานไม่ว่าจะเป็นอาสาสมัครหรือลูกเรือก็จะไม่ได้เงินตอบแทนใดๆทั้งสิ้น เธอที่เป็นลูกเรือบอกกับเราว่าเธอมีความสุขที่ได้เดินทางไปทั่วโลกและดูคนแต่ละเชื้อชาติขึ้นมาบนเรือเพื่อซื้อหนังสือ ทั้งสองคนเป็นอเมริกันทั้งคู่ คนทางซ้ายขอบอกว่าน่ารักมาก พูดไทยชัดแจ๋วเลย เธอบอกว่าเธอเกิดที่อเมริกาแต่มาโตที่ไทย อะโห..เธอมาเป็นอาสาสมัครโดยมีหน้าที่ประชาสัมพันธ์บนเรือ มิน่าล่ะ ประทับใจเธอมาก ตอนแรกนึกว่าเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์เป็นคนไทย พอหันไปดู นะ..นั่น ฝรั่งนี่หว่า คนไทยบางคนควรจะอายนะถ้าได้ฟังเธอพูดน่ะ
รวมๆดูโลสก็มีดีหลายๆอย่าง โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ที่เป็นกันเองมากๆ พยายามจะพูดว่า สวัสดี และขอบคุณ อย่างมาก จนเราอดยิ้มไม่ได้ และการนำหนังสือที่ค่อนข้างเกรดดี คือ หนังสือดี น่ะนะ มาขายในราคาที่พอซื้อได้ การที่อาสาสมัครและลูกเรือทุกคนรู้ว่าการมาทำงานบนนี้จะไม่ได้เงินตอบแทน ลูกเรือที่ยอมจากบ้านเกิดเมืองนอนมา ๒ ปีเพื่อเดินทางขายหนังสือไปเรือยๆทั่วโลก พวกเขาต้องกินนอนและใช้ชีวิตอยู่บนเรือ มองเห็นแค่น้ำและชายฝั่งที่ไปเทียบท่า สละเวลาและแรงงานในการทำหน้าที่ พวกเขาไม่ได้เงินค่าจ้างอะไรเลย แต่สิ่งที่พวกเขาได้รับคืออะไร
ใครก็คงจะรู้ว่า พวกเขาได้รับสิ่งที่มีค่า"มากกว่า" เงินตอบแทน
ปล. entry นี้เป็นส่วนหนึ่งของการบ้านวิชาบรรณาธิการศึกษา
กุลธิดา
edit @ 18 Aug 2009 15:25:36 by zalacca
edit @ 19 Aug 2009 13:39:43 by zalacca